8 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. ผมได้เป็นประธานในงานใหญ่ระดับชาติ THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM ภายใต้แนวคิด “รวมพลัง ลดทิ้ง สร้างค่า เปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมืออันดียิ่งระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมควบคุมมลพิษ และ BEDO) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพธุรกิจ และ CP Axtra
ผมขอย้ำว่า ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) เป็นวาระระดับโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยมีปริมาณขยะอาหารสูงถึง 10 ล้านตันต่อปี และที่สำคัญ ขยะเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิด ก๊าซมีเทน ซึ่งก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า
ความตั้งใจจริงของรัฐบาล: Zero Food Waste
ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบหมายให้กระทรวง ทส. เร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาขยะอาหารให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่สุด ซึ่งผมได้มุ่งเป้าไปที่:
- หน่วยงานภาครัฐ: เช่น อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการ
- ภาคธุรกิจเอกชนและอุตสาหกรรม: มีแนวคิดให้มีการวางแผนจัดการขยะอาหารตั้งแต่ในขั้นตอนการจัดทำรายงาน EIA
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.): ต้องมีการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เช่น การนำขยะอาหารจากตลาดสดไปใช้ประโยชน์ต่อเป็นอาหารสัตว์
- การสร้างวัฒนธรรม: ถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เป้าหมายสู่สังคม Zero Food Waste
การแก้ไขปัญหาขยะอาหารจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงชุมชน ผมจึงได้ผลักดัน “แผนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Zero Food Waste” พร้อมประกาศให้ ปี พ.ศ. 2568 เป็น “ปีแห่งการเริ่มต้นรณรงค์ลดขยะอาหาร”
เป้าหมายสูงสุดของเราคือ การลดปริมาณขยะอาหารลงร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2573 ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) โดยจะเน้นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ที่ต้นทาง การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และการสนับสนุนจากภาครัฐแบบครบวงจร
ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันสร้างแรงจูงใจและขับเคลื่อนการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืน เพื่อนำประเทศไทยไปสู่สังคม “Zero Food Waste” ได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ








