“เราจะปล่อยให้คนกับช้างกระทบกระทั่งกันแบบนี้ต่อไปไม่ได้ครับ ต้องหาทางออกที่ยั่งยืนให้จบในรุ่นเรา”
วันนี้ (31 ต.ค. 68) ผมได้หารือร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ แก้ไขปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร เพื่อถกปัญหานี้อย่างจริงจัง ปัจจุบันเรามีช้างป่ากว่า 4,000 ตัว กระจายอยู่ใน 5 กลุ่มป่าหลัก ปัญหาการทำลายพืชผลและทำร้ายประชาชนยังเป็นสิ่งที่ผมกังวลที่สุด
ไม่ดีแต่พูด… ผมสั่งตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ! เพื่อให้การทำงานเห็นผลทันตา ผมสั่งการให้กรมอุทยานฯ ตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า” และ “สำนักอนุรักษ์ช้างป่า” ขึ้นมาเป็นกลไกหลัก ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่ต้องมีเจ้าภาพชัดเจน
และนี่คือ 5 มาตรการหลัก ที่ผมและกรรมาธิการฯ เห็นพ้องกันว่าจะต้อง “ทำให้ได้”:
- เงินต้องไว: การเยียวยาพี่น้องที่เดือดร้อน ต้องรวดเร็ว ลดขั้นตอนราชการที่ยุ่งยาก (ใช้งบกลางปี 68) ชาวบ้านเดือดร้อนจะให้เขารอนานไม่ได้
- เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส (Safari Model): ปรับพื้นที่ที่มีช้างเยอะ ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้เข้าชุมชน ให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้
- ระดมทุน: เปิดช่องทางรับบริจาคเพื่อดูแลช้าง โดยผู้บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เพื่อสร้างกองทุนที่ยั่งยืน
- รั้วต้องแกร่ง: ศึกษารูปแบบ Barrier กันช้างที่ได้ผลจริง (แบบกรมทางหลวง) เพื่อกันไม่ให้ช้างออกมารบกวนพื้นที่เกษตร
- คุมประชากร: เร่งรัดการใช้วัคซีนคุมกำเนิดช้างป่า เพื่อจำกัดประชากรให้อยู่ในระดับที่ธรรมชาติรองรับไหว
ผมขอยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน เราต้องสร้างสมดุลให้ได้ “พี่น้องประชาชนต้องปลอดภัย และช้างป่าก็ต้องได้รับการดูแล” เราจะเดินหน้าแก้ปัญหานี้ไปด้วยกันครับ
สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม









