“ลงพื้นที่เกาะสมุย เคลียร์ปมร้อน รุกป่า-ขยะล้น-ปะการัง ย้ำชัดสมุยต้องเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ไม่ใช่แหล่งซ่องสุมทำลายธรรมชาติ”
วันนี้ (21 ต.ค. 68) ผมและท่านปลัดกระทรวงฯ (ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์) ลงพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อมาฟังปัญหาจากปากพี่น้องประชาชนด้วยตัวเองครับ โดยเฉพาะเรื่องที่มีกระแสข่าวหนาหูว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาบุกรุกยึดครองพื้นที่ป่า
ผมส่งทีมตรวจสอบแล้ว ผลออกมาต้องชัดเจน: จากการปูพรมตรวจสอบ 9 จุดเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และอุทยานฯ ผลปรากฏชัดเจนครับว่า “ไม่มีพื้นที่ไหนบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติ” ส่วนพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ตรวจสอบ ก็เป็นการถือครองโดยพี่น้องประชาชนที่มีสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย (โครงการ คทช. และการจัดทำสมุดประจำตัวผู้ครอบครอง)
ผมขอยืนยันตรงนี้ว่า “ไม่มีชาวต่างชาติมาฮุบป่าพะงัน” ตามที่เป็นข่าว เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ของผมด้วย พวกเขาทำงานกันหนักเพื่อดูแลรักษาป่า
แต่… เรื่องสร้างความเดือดร้อน ผมไม่ปล่อยผ่าน: ถึงแม้เรื่องที่ดินจะถูกต้อง แต่ถ้ามีการไปจัดปาร์ตี้ ส่งเสียงดังรบกวน หรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน อันนี้ผิดกฎหมายความสงบเรียบร้อยครับ ผมได้ประสานงานกับฝ่ายปกครองและตำรวจให้จัดการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ใครจะมาทำตัวใหญ่โตสร้างความเดือดร้อนในบ้านเราไม่ได้
เดินหน้าแก้ปัญหาขยะและดูแลทะเล: นอกจากเรื่องที่ดิน ผมยังได้รับ “การบ้าน” ชิ้นใหญ่จากพี่น้องสมุย คือเรื่อง การจัดการขยะ ขยะอาหาร และการอนุรักษ์แนวปะการัง ผมได้รับปากและสั่งการหน่วยงานในสังกัด ทส. แล้วว่าต้องลงไปช่วยชุมชนวางแผนแก้ไขเดี๋ยวนี้ เกาะสมุยคือแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ เราต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรให้สวยงาม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ยั่งยืนครับ
สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม










